'แหล่งดำน้ำ ในเมืองไทย'

ประเทศไทยของเรา ตั้งอยู่บนคาบสมุทร ที่แบ่งท้องทะเล ออกเป็นสองฝั่งฟาก คือ อ่าวไทยทางฝั่งตะวันออก และทะเลอันดามัน ทางฝั่งตะวันตก

แหล่งดำน้ำส่วนใหญ่ของประเทศ จะอยู่ในบริเวณภาคใต้ ฝั่งตะวันตก โดยมีศูนย์กลางของการดำน้ำอยู่ที่ เกาะภูเก็ต ที่เป็นจุดเริ่มต้น ของการออกไปดำน้ำ ในทะเลอันดามัน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทาง อันดามันเหนือ ที่ประกอบไปด้วย อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะ สิมิลัน เกาะบอน เกาะตาชัย อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสุรินทร์ และกองหิน ริเซลิว เหนือขึ้นไปอีก ในบริเวณ หมู่เกาะ ในประเทศพม่า รวมไปถึง แนวเขาใต้น้ำ ที่เรียกว่า เบอร์ม่าแบงก์ ถือเป็นจุดดำน้ำที่สำคัญ อีกแห่งในภูมิภาคนี้

การเดินทางเข้าไปดำน้ำ ส่วนมาก จะเริ่มต้นจากเรือให้บริการ ดำน้ำที่เรียกกันว่า Liveaboard จากเกาะภูเก็ต ส่วนเส้นทางอันอามันใต้ จากเกาะภูเก็ตลงไป เป็นที่ตั้งของ หินมูสัง เกาะไม้ท้อน และซากเรือจม "คิงส์ครุยเซอร์" เป็นจุดดำน้ำที่สามารถ เดินทางออกจากภูเก็ต ในรูปแบบการดำน้ำแบบ Daytrip โดยออกจกาท่าเรือ อ่าวฉลอง ในตอนเช้า ไปดำน้ำ 2-3 ไดฟ์ แล้วกลับในช่วงเย็น

ใต้ลงไป ก็จะเป็น กลุ่มของ หมู่เกาะพีพี ร้านดำน้ำให้บริการ อยู่จำนวนมากบนเกาะ ลักษณะการดำน้ำ ในบริเวณ เกาะพีพี ส่วนใหญ่ จะเป็น Daytrip เช่นเดียวกัน แต่จะเป็นเรือหางยาว ขนาดเล็ก จุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงมากที่สุด บนเส้นทางอันดามันใต้ ก็คือ หินแดง และหินม่วง กองหินกลางทะเล ที่ตั้งอยู่ในบริเวณ เขตรอยต่อของจังหวัดกระบี่ และตรัง สามารถเดินทางได้จาก ทั้งในบริเวณเกาะพีพี และเกาะภูเก็ต โดยเรือให้บริการดำน้ำแบบ Livaboard หรือแบบ Daytrip แต่ในปัจจุบัน เส้นทาง ที่สะดวกที่สุด คือเริ่มต้นจาก ในบริเวณเกาะลันตา ที่มีร้านดำน้ำให้บริการ หลายแห่งบนเกาะ

ส่วนทางฝั่งฟากอ่าวไทย พัทยา อาจจะเรียกได้ว่า เป็นแหล่งดำน้ำ ที่เก่าแก่ที่สุด ของเมืองไทย ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับนักเรียนดำน้ำ แทบทุกคน จะต้องมาสอบออกภาคทะเล ครั้งแรกในบริเวณ เกาะสาก และเกาะล้าน ส่วนจุดดำน้ำที่อยู่ห่างออกไป ไม่ว่าจะเป็น เกาะริ้น เกาะมารวิชัย และซากเรือจม "สุทธาทิพย์" และ "เพชรบุรีเบรมัน" ก็เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น หัดดำน้ำเช่นกัน

ถัดลงมาทางใต้ บริเวณกลางอ่าวไทย เป็นที่ตั้งของ เกาะเต่า ที่อาจจะเรียกได้ว่า เป็นศูนย์กลาง การดำน้ำของไทย ในแต่ละปี จะมีนักดำน้ำ จากทุกชาติทุกภาษาเดินทางเข้ามาเรียนดำน้ำที่นี่เป็นจำนวนมาก ติดอันดับโลก เนื่องจากค่าครองชีพ และค่าเล่าเรียน ที่เรียกว่า ค่อนข้างจะถูกที่สุดในโลก จุดดำน้ำของเกาะเต่า ส่วนใหญ่ จะเป็นกองหินกลางน้ำ ที่เด่น ๆ คือ กองหินชุมพร กองหินตุ้งกู และหินใบ ที่ส่วนใหญ่เรือให้บริการ จะพาออกไปดำน้ำตามกองหินไกล ๆ เหล่านี้ในช่วงเช้า ส่วนในช่วงบ่ายนั้น จะเป็นรอบของการพานักเรียน ออกไปดำน้ำตามข้างเกาะ ไม่ว่าจะเป็น กงทรายแดง หินขาว หินเขียว

สำหรับแหล่งดำน้ำ ที่อยู่ถัดลงไปทางใต้ของอ่าวไทยนั้น ไม่ว่าจะเป็น เกาะกระ ในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือ เกาะโลซิน ในเขตจังหวัดนราธิวาส จะต้องเดินทางไปกับเรือ ให้บริการดำน้ำ ที่มีเปิดเส้นทางประจำอยู่เพียงสองสามลำ โดยจะย้ายมาจากฝั่งทะเลอันดามัน ในช่วงระหว่างเดือน พฤษภาคม ไปจนถึงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นฤดูมรสุม ของฝั่งฟากทะเลอันดามัน

เนื่องจากประเทศไทย ตั้งอยู่บนคาบสมุทร ที่แบ่งทะเลออกเป็นสองฝั่ง เราจึงสามารถ เลือกเดินทางไปดำน้ำได้ ตลอดปี ตามช่วงฤดูกาลที่เหมาะสม โดยฤดูกาลดำน้ำทางฝั่งทะเลอันดามัน จะเริ่มตั้งแต่ ปลายเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึง ปลายเดือนเมษายน ส่วนในฝั่งอ่าวไทย จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ไปจนถึงเดือนกันยายน

(จากวารสารซีเมนต์ไทย ปีที่ 3 ฉบับที่ 1)



Copyright © 2000 www.StoneLover.com , ®All rights reserved.
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร 2543-2544 www.StoneLover.com
E-*mail : TheLoverGroup@hotmail.com