โยคะเพื่อชีวิต
กลายเป็นเรื่องอินเทรนด์ ไปเสียแล้ว สำหรับ "โยคะ" เรียกว่า ถ้าใครไม่รู้จัก คงต้องบอกว่าเชย เพราะแม้แต่ บรรดาคนดัง ฝั่งฮอลลีวู้ด ยังประกาศตัวว่า ปฏิบัติโยคะ กับเขาด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น เจน ฟอนด้า, เดมี่ มัวร์, มิเชล ไฟเฟอร์ หรือมาดอนน่า อันที่จริงศาสตร์ของโยคะไม่ใช่เรื่องใหม่ของยุคสมัยนี้ แต่อย่างใด หากทว่า เป็นการออกกำลัง ที่ถือกำเนิดขึ้น เก่าแก่ที่สุดในโลก จุดเริ่มต้นนั้น อาจไม่มีใคร ทราบแน่ชัด แต่เท่าที่มีหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์ ก็พบว่า มนุษย์มีการ ปฏิบัติโยคะ ตั้งแต่เกือบหกพันปีมาแล้ว
คำว่าโยคะ มีรากฐานมาจากภาษาสันสกฤต หมายถึง การรวมกัน ประสานกัน ซึ่งสะท้อนแนวคิดของ โยคะ ที่เป็นการออกกำลัง บนพื้นฐานความเชื่อว่า ร่างกาย และการหายใจ มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับจิตใจ
การปฏิบัติโยคะ ด้วยการควบคุมลมหายใจ และค้างร่างกาย อยู่ในท่าต่าง ๆ ที่เรียกว่า อาสนะนั้น ก็เป็นไปเพื่อให้เกิดความสอดคล้อง กลมกลืน ระหว่างร่างกาย และจิตใจ
ศาสตร์ของโยคะ มีความลึกซื้ง และเนื้อหามากมาย แถมยังแยก เป็นหลากหลายสาขา ซึ่งมุ่งเน้นด้วยเรื่องต่าง ๆ กันไป แต่โยคะแบบที่เรา ๆ พูดถึงกันมาก และนึกเห็นภาพ การออกกำลัง ด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อร่างกาย อย่างที่กล่าวมานี้ เรียกว่า "หธะโยคะ" หมายถึงการฝึกทางร่างกาย โดยเน้นที่อาสนะ (ท่า) ปราณ (เทคนิคการหายใจ) และสมาธิ ถือเป็นการจัดระเบียบให้กับ ร่างกาย และจิตใจ โดยต้องอาศัยการเรียนรู้ และฝึกฝนเป็นประจำ
ท่าของโยคะถูกออกแบบมา เพื่อบริหารกล้ามเนื้อต่าง ๆ และอวัยวะภายในร่างกาย ทุกท่วงท่าจะทำอย่างช้า ๆ และไหลลื่น โดยหลีกเลี่ยง การเคลื่อนไหว อย่างรุนแรง แบบการออกกำลัง อย่างอื่นซึ่งจะทำให้เกิด กรดแลคติค อันนำมาซึ่งความอ่อนล้า ของกล้ามเนื้อในร่างกาย ผู้ที่ปฏิบัติโยคะ จึงได้ทั้งความอ่อนนุ่ม ยืดหยุ่น และแข็งแรง เมื่อคุณปฏิบัติ ท่าโยคะ พร้อมกับควบคุมการหายใจ จะเป็นการกระตุ้น วงจรการไหลเวียนเลือด ระบบย่อยอาหาร และระบบประสาท ทำให้พลังงานที่หลั่งไหล อยู่ภายในร่างกายเกิดความสมดุล
โยคะฝึกได้ง่าย และปฏิบัติได้ทุกสถานที่ ใคร ๆ ก็ฝึกได้ โดยไม่จำกัดอายุ และไม่มีข้อกีดกัน ทางด้านศาสนา เพราะโยคะไม่ใช่ศาสนา แม้ว่าจะมีส่วนสัมพันธ์กับ ฮินดูอยู่มากก็ตาม ถ้าคุณกำลังคิดจะฝึกโยคะ ก็ควรเริ่มต้น จากการหาครูดี ๆ สักคน ช่วยสอนพื้นฐานเบื้องต้น เพื่อที่คุณจะได้ปฏิบัติ ด้วยตัวเอง อย่างถูกต้องต่อไป
จำไว้ว่าโยคะไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือยากเกินไป แต่ประโยชน์ที่จะไห้รับ ในแง่บำบัดโรค และรักษาสุขภาพนั้น มีปรากฎให้เห็นมาเนิ่นนาน เว้นเสียแต่หากคุณมีปัญหาสุขภาพ คือ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ข้ออักเสบ ปวดหลังหรือคอ หรือเพิ่งผ่าตัด ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะปฏิบัติโยคะ
10 เหตุผลดี ๆ ที่คุณควรฝึกโยคะ
1. ร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง แม้ว่าโยคะ ไม่ได้มีจุดประสงค์หลัก ให้ร่างกายฟิต แต่แน่ใจได้เลยว่า นั่นเป็นผลข้างเคียงที่ดีมาก ๆ ซึ่งคุณจะได้รับ จากโยคะ 2. ทำให้ไตแข็งแรง อวัยวะของคุณอยู่ได้ด้วยเลือด ที่นำออกซิเจน และสารอาหารมาหล่อเลี้ยง ท่าการบริหารแบบโยคะ เป็นการนวดอวัยวะภายใน เช่น เมื่อคุณปฏบิติท่า ที่ต้องบิดลำตัวส่วนเอว จะเป็นการกระตุ้น ให้เลือดเก่า ไหลกลับออกจากไต และปล่อยที่ว่าง ให้เลือดใหม่ ซึ่งเพิ่งฟอกออกซิเจน เข้ามาแทนที่ 3. นอนหลับฝันดี บทสรุปจากคนเรียนโยคะใหม่ ๆ ที่พูดถึงกันมากที่สุด คือ พวกเขาหลับได้สบาย หลังจากเรียนแล้ว หลายคนบอกว่า เขาตื่นขึ้น อย่างสดใส ในตอนเช้า การฝึกโยคะ อาจลดจำนวนชั่วโมง ในการนอน แต่ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้คุณรู้สึก กระปรี้กระเปร่า มีพลังมากขึ้น หลังตื่นนอน 4. ดูแลต้นไม้ของชีวิต จินตนาการว่า ร่างกายคุณ คือป่าไม้ อันอุดมสมบูรณ์ แต่ทว่า ต้นไม้บางต้น อาจป่วย หรือเหี่ยวแห้งไป เปรียบเหมือนกับ บางส่วนของร่างกาย ที่บกพร่อง การปฏิบัติโยคะ จะช่วยบำบัดให้ ทุกส่วนของร่างกาย อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และสุขภาพดี 5. ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต เพราะการปฏิบัติโยคะ จะกระตุ้นให้ฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายถูกผลิตออกมา อย่างสมดุล โดยเฉพาะ Growth Hormone ซื่ง เป็นตัวสำคัญ ที่ควบคุมการเจริญเติบโต และการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย 6. พบความสงบภายใน ดูเหมือนว่า ตลอดทั้งชีวิตของคนเรา ต้องเก็บสะสมความทรงจำไว้ในร่างกายมากมาย จนกลายเป็นความเครียดได้ โยคะทำให้คุณก้าวข้ามอารณ์ และนำไปสู่ความสงบภายใน การฝึกโยคะ ทำให้คุณสามารถ ค้นพบตัวจริง และรู้ซื้งถึงจิตใจของตัวเอง เมื่อนั้น คุณก็จะสามารถ พบความสงบภายในจิตใจได้ทุกเวลาที่ต้องการ 7. ปลุกเซลล์ของร่างกาย ให้ตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า และทำงาน ได้อย่างเต็มที่ 8. ยอมรับตัวเองโดยไม่มีเงื่อนไข คุณเคยรู้สึกไหมว่า โลกนี้ต้องการอะไร จากคุณมากเกินไป ในความพยายาม ที่จะรักษา ทุกอย่างไว้ คุณต้องพบกับ ความเครียด และกดดันตัวเอง และรู้สึกว่า จะระเบิดจาก ความคาดหวังของคนอื่น สำหรับโยคะ มันไม่มีการแข่งขัน คุณจะได้รับ การยอมรับในสิ่ง ที่ตัวเองเป็น ในระดับที่ คุณรู้สึกสบาย โยคะสนับสนุน ให้คุณปล่อยวางอีโก้ และยอมรับในสิ่งที่ตัวเอง เป็น กุญแจสำคัญ ที่นำไปสู่ การรู้จักรักตัวเอง และเมื่อคุณประสบ ความสำเร็จ ในการรักตัวเอง คุณก็สามารถ รักคนอื่นได้มากขึ้นด้วย 9. เข้าใจกลไก ที่ซับซ้อนของร่างกายเหมือนกับรถ ร่างกายของคุณก็เป็นเครื่องจักร ที่ทำงานซับซ้อน ขณะที่เรา ให้การดูแลรถของเราอย่างดี คุณก็ควรจะใช้ ทั้งเวลา เงิน และพลังงาน ในการดูแลร่างกายด้วย โยคะสอนให้ คุณเอาใจใส่ ในทุก ๆ พื้นที่ในร่างกาย ว่าอวัยวะ แต่ละอย่างทำอะไร และจะรักษาสุขภาพ ของมันได้อย่างไร เพื่อให้มันทำงานได้ดี การเข้าใจ ร่างกายของคุณ ก็เหมือนนโยบาย ประกันชีวิต และมันไม่เหมือนรถ ตรงที่ยากที่จะ ซื้อร่างกายใหม่ 10. จดจ่อกับปัจจุบัน การฝึกโยคะ สอนให้ผู้ปฏิบัติซึมซับ ความรู้สึกของร่างกายขณะที่ฝึก ซึ่งทำให้เกิดสมาธิ จดจ่ออยู่กับ ปัจจุบัน และนี่เป็นทักษะที่สำคัญมาก ในยามที่คุณต้องผจญกับความเครียด เมื่อคุณมีสติระลึกรู้ อยู่กับปัจจุบัน คุณจะปล่อยวางอดีต และระมัดระวัง อนาคต อย่างรู้เท่าทัน
เหตุผลสิบข้อนี้ เป็นหลัก ๆ ซึ่งคุณอาจหาไม่ได้ จากการออกกำลัง หรือทำกิจกรรม ประเภทอื่น นี่เองจึงเป็นคำตอบว่า "ทำไมโยคะถึงอยู่ยืนยงและด้รับความนิยมถึงปัจจุบัน"
(จากวารสารเรือนตะวัน ฉบับที่ 7)